การช่วยลดใช้พลังงานเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ เพื่อนๆรู้ไหมครับว่าการชาร์จแบตมือถือของคนทั่วๆไปนั้น เสียไฟฟ้าโดยเปล่าประโยชน์ถึง 95% ไปกับการเสียบสายชาร์จค้างไว้ ทั้งๆที่แบตเต็มแล้ว ถึงแบตจะเต็มแล้วแต่ว่ามันก็จะยังกินไฟตลอดถ้าเราไม่ถอดปลั๊กออก แต่ถึงแม้เราจะถอดสายออกจากมือถือแล้วก็ตาม แต่ถ้าไอ้เจ้าหม้อแปลงยังคงเสียบอยู่กับปลั๊ก มันก็ยังกินไฟอยู่เช่นกัน
เพราะฉะนั้นเวลาเราชาร์จแบตมือถือ หรือพวกโน๊ตบุ๊ค PDA อุปกรณ์ต่างๆ เมื่อแบตเต็มแล้วควรจะถอดปลั๊กออกเพื่อเป็นการประหยัดไฟที่จะสูญไปโดยเปล่าประโยชน์ และก็ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง ถ้าแบตยังไม่ใกล้จะหมดก็อย่าเพิ่งชาร์จถ้าไม่จำเป็น รอให้มันใกล้หมดก่อน ทำแบบนี้จะช่วยรักษาอายุการใช้งานให้มากขึ้นด้วย ตอนนี้มีที่ชาร์จแบตพลังงานแสงอาทิตย์ออกมาวางขายแล้ว แต่คงยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก ใครสนใจก็ลองไปซื้อมาใช้ได้นะครับ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ดีทีเดียว


จะถอดทุกครั้งเลยค่ะ
ดีค่ะจะได้ช่วยโลกร้อนทำให้โลกเราน่าอวู่ไม่มีภัยธรรมชาติเรื่องง่ายๆที่คุณก็สามารถช่วยโลกได้ค่ะ
ช่วยโลกร้อน
เห็นด้วยกับการถอด adaptor ทุกครั้งที่ชาร์จเสร็จ แต่ข้อมูลเรื่องการชาร์จเมื่อแบตใกลหมดนั้น มีความเห็นว่า ควรอ้าอิงถึงชนิดของแบตเตอร์รี่ด้วย เนื่องจากปัจจุบัน แบตจำนวนมากที่ไม่ควรชาร์จเมื่อใกล้หมดครับ
ผมไม่นำมาลงนะครับ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน
ขอบคุณครับ ส่วนตัวผมจะปิดโทรศัพท์มือถือทุกๆวันครับ หลังเที่ยงคืนผมก็ปิดเครื่องแล้วล่ะครับ
ไม่สนใจหรอกว่าใครจะมีธุระสำคัญอะไร เพราะว่าหลังเที่ยงคืนเป็นเวลาพักผ่อนครับ
อย่างน้อยก็น่าจะช่วยลดการใช้พลังงานได้ ไม่มากก็น้อยล่ะครับ
อ้าว นึกว่าพอไม่มีการชาร์จก็ไม่กินไฟ งั้นต้องถอดซะแล้ว
ขอบคุณครับ เกี่ยวกับคำแนะนำนี้
ก็คิดอยู่ว่าถ้าชาร์จทิ้งไว้มันจะเปลืองแต่ว่าไม่คิดว่าเล็กๆน้อยๆแค่นี้มันจะมีส่วนกะเรื่องนี้ด้วย
ต่อไปจะไม่ทำอีกช่วยๆกันนะค่ะโลกร้อนขึ้นทุกวัน
ต่อไปนี้จะถอดทุกครั้งค่ะ
นับวันโลกยิ่งร้อน
ต้องช่วยกัลประหยัดกัลแร้วคร๊