หมวดหมู่ | ภาวะโลกร้อน

ภาวะโลกร้อนกับก๊าซมีเทนใต้น้ำแข็ง


ผมมีโอกาสได้ดูรายการจับเข่าคุยตอนที่ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา?ท่านมาเป็นแขกรับเชิญ และก็ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องภาวะโลกร้อน ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจมากอยู่หลายเรื่อง วันนี้ผมขอยกเอาเรื่องของก๊าซมีเทนที่พบอยู่เป็นจำนวนมากในแถบเหนือของโลกมาเขียนเพื่อให้เพื่อนๆอ่านกันนะครับ


?

ก๊าซมีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีความรุนแรงมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 23?เท่าตัวเลยทีเดียว และก็เป็นก๊าซที่มีส่วนที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอยู่ในตอนนี้?เป็นข่าวร้ายที่นักวิทยาศาสตร์ได้พบก๊าซมีเทนจำนวนมากมายมหาศาลประมาณ 400,000 ล้านตัน อยู่ภายใต้น้ำแข็งทางแถบเหนือของไซบีเรีย และภาวะโลกร้อนก็กำลังทำให้น้ำแข็งละลาย จึงทำให้ก๊าซมีเทนพวกนี้กำลังค่อยๆถูกปล่อยออกมาทำลายชั้นบรรยากาศของโลกเรา

ก๊าซมีเทนพวกนี้มาจากไหน? ดร.อาจองท่านได้บอกว่า แต่ก่อนบริเวณขั้วโลกเหนือในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งนั้น ไม่มีน้ำแข็งปกคลุม จึงมีสัตว์และพืชมากมายอาศัยอยู่บริเวณนั้น แต่เกิดเหตุการณ์ที่แกนโลกเปลี่ยนอย่างฉับพลัน จึงทำให้บริเวณนั้นกลายไปเป็นขั้วโลก และอุณหภูมิก็ลดลงอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 20 องศาเซลเซียสขึ้นไป กลายเป็นติดลบกว่า 50 องศาในทันที?สิ่งมีชีวิตทั้งหมดถูกแช่แข็งในทันที และเมื่อเวลาผ่านไปน้ำแข็งก็เริ่มปกคลุมหนาขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างที่ให้เห็นก็มีร่างของช้างแมมมอธที่มนุษย์ขุดพบ ถูกน้ำแข็งแช่ไว้จึงไม่เน่า และบางตัวยังมีหญ้าอยู่ในปาก เพราะว่าถูกแช่แข็งในทันทีขณะที่ยังกินอาหารอยู่

เมื่อซากของสิ่งมีชีวิตมากมายถูกฝังไว้ใต้น้ำแข็ง จึงทำให้เกิดก๊าซมีเทนจำนวนมากเกิดขึ้น แต่ก็ขึ้นมาสู่ผิวโลกไม่ได้เพราะว่าถูกชั้นน้ำแข็งกักเก็บไว้ แต่ปัจจุบันภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเริ่มละลาย ก๊าซมีเทนพวกนี้กำลังค่อยๆถูกปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ และจะเป็นอีกตัวการที่เร่งให้เกิดความรุนแรงของภาวะโลกร้อนที่มากขึ้น

ถ้าพวกเรายังไม่ช่วยกันลดภาวะโลกร้อนตอนที่ยังมีเวลา มนุษย์อย่างเราอาจจะต้องตกอยู่ในสถาณการณ์เดียวกับช้างแมมมอธก็ได้ ไม่แน่ในอนาคตอาจจะมีใครขุดพบคุณถูกแช่แข็งไว้ และก็ยังมีอาหารอยู่ในปากก็เป็นได้?คราวหน้าผมจะเอาเรื่องที่แกนโลกมีโอกาสเปลี่ยนแปลงเพราะภาวะโลกร้อนมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันนะครับ อันนี้น่ากลัวมากๆ




13 Responses to “ภาวะโลกร้อนกับก๊าซมีเทนใต้น้ำแข็ง”

  1. brownie ^^ says:

    ได้ความรู้ดีค่ะ

    จะรออ่านเรื่องต่อไปนะคะ ^^

  2. ปูเปรี้ยวราม1 says:

    น่ากลัวนะคะ
    ถ้าวันนั้นมาถึง

  3. jaa says:

    เป็นเรื่องที่หน้าตกใจมากเลย

  4. team says:

    ได้ความรู้มากมายเลยครับ

  5. พิมจางง>0 says:

    ดีมากๆเลยค่ะ

  6. Jesper says:

    เตรียมตัวรับมือให้พร้อม
    ทำทุกวันให้ดีที่สุด อนาคตค่อยมาว่ากันทีหลัง
    ——-
    ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ครับ มีประโยชน์มาก

  7. wee says:

    ตายหยังเขียด แน่ๆสู

  8. Anonymous says:

    เรื่องนี้เคยได้อ่านมาจากweb เมืองนอกครับต่างประเทศเขาตื่นกลัวมากเรื่องนี้อเมริกาเองก็เตรียมรับมือไว้แล้วครับอย่างไรเสียเรื่องนี้มันเกิดแน่นอนแต่ที่กลัวกันว่า2012มันจริงปะก้คอยดูครับเขาว่ามันจะเปลี่ยนชะตาโลกในปีนั้นอยากให้ทุกคนหันหน้ามาทำดีกันไว้เผื่อชาติหน้ามีจริงคงเกิดมาเจอกันใหม่บ๊ายบาย

  9. เด็ก ซ ย says:

    หนูได้มีโอกาสรับฟังการบรรยายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยาโดยท่านได้มาบรรยายที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา หนูคิดว่าโลกร้อนเพราะตัวเรา หนูอยากให้ทุกๆท่านช่วยกันลดภาวะโลกร้อน เพราะไม่เช่นนั้นโลกของเราอาจจะเหลือแต่เพียงภาพความสวยงามของวันวานในอดีตก็ได้ค่ะ

  10. ใช่ก๊าชที่ ทำให้ สิ่งต่างๆ ดูดลง หรือ มีฟอง ขึ้นหรือเปล่า

    เห็น มีคนบอก

  11. bleach says:

    ดีมักมัก

  12. นักวิทยาศาสตร์อังกฤษเปิดเผยอันตรายอันเกิดจากโลกร้อน จนถึงน้ำแข็งบริเวณแถบขั้วโลกเหนือละลายคายก๊าซมีเทนออกมาในอากาศ เป็น ?เหตุคับขันของดาวเคราะห์โลก? ทะเลเขตอาร์กติก อาจจะปราศจากน้ำแข็งลงในช่วงเดือนกันยายนแต่ละปี ภายในเวลา 2-3 ปีข้างหน้านี้

    วิศวกรสเตเฟน ซอลเตอร์ ยังได้เสนอแผนให้มีการพ่นละอองน้ำทะเล ขึ้นไปในบรรยากาศ เพื่อจะช่วยชะลอโลกให้ร้อนน้อยลง ซึ่งก่อนหน้านี้นักวิชาการของมหาวิทยาลัย เอดินเบอระ ก็เสนอให้ย้อมเมฆต่างๆให้มีสีขาว

    วิศวกรสเตเฟนได้บอกในที่ประชุม ?กลุ่มแก้ปัญหาก๊าซมีเทนอาร์กติกฉุกเฉิน? ว่า ให้ใช้เกาะฟาโร ในช่องแคบเบริง เป็นที่พ่นฝอยละอองน้ำเข้าไปในเขตอาร์กติก ด้วยการสร้างเป็นหอคอย ใช้พ่นน้ำด้วยหัวฉีด ที่ทางมหาวิทยาลัยกำลังประดิษฐ์อยู่ ซึ่งจะฉีดละอองน้ำเป็นเม็ดเล็กๆใช้เป็นแกนให้ไอน้ำรวมตัวกัน ทำให้บรรดาหยดน้ำในกลุ่มเมฆทั่วไปมีขนาดเล็กลง ซึ่งจะดูขาวขึ้น สะท้อนพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ฉายส่องลงมากลับย้อนออกไปในอวกาศ ทำให้โลกค่อยเย็นลงผิวน้ำนอกฝั่งด้านเหนือของดินแดนไซบีเรีย อุณหภูมิขึ้นถึง 5 องศาเซลเซียส เมื่อ พ.ศ. 2550
    ไทยรัฐออนไลน์
    ? โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
    ? 22 มีนาคม 2555, 12:00 น.
    http://www.thairath.co.th/content/edu/247148

    อ่านแล้วใจหาย หายใจไม่ม่ายทั่วท้องเล๊ย แล้วพวกเราต้องเร่งปลูกต้นไม้ จาจะปลูกต้นอะไรให้มันโตทันใจดีล่ะเนี่ย นี่ยังดีที่มันอยู่ไกลบ้านของเรานะนี่ จะมัวปลูกต้นไม้เฉพาะวันสำคัญๆๆๆ มันไม่ทันกาลกันแล้วนะ มันจาเปนลมเสียให้ได้ เอิ๊ก เฮ้อออออออออออออ+!!!!!!!!!!!!!!

Trackbacks/Pingbacks

  1. [...] ดร.อาจอง ท่านได้พูดไว้ในรายการจับเข่าคุยว่า เมื่อก่อนคำนวณกันไว้ว่าอีกประมาณ 92 ปี แต่ตอนนี้อะไรๆก็ไม่เป็นอย่างที่คิด อุณหภูมิสูงขึ้นเร็วมาก น้ำแข็งละลายเร็วกว่าที่เคยคาดคิดกันไว้ จึงคิดว่าน่าจะเหลือซัก 30-40 ปี แต่แย่กว่านั้นเมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้พบก๊าซมีเทนปริมาณมากบริเวณใกล้ๆขั้วโลกเหนือ?จึงนำเอาไปคำนวณอีกที และได้ข้อสรุปว่าคงจะเป็นอีก 30 ปีค่อนข้างแน่นอน [...]


Leave a Reply